HOME ABOUT THIS SITE CONTACT US
Miracles of the Qur'an - Harun Yahya

ความมหัศจรรย์ของอัลกุรอาน

 



ข้อมูลอนาคตที่ปรากฏในกุรอาน

PART TWO: THE INFORMATION GIVEN ABOUT THE FUTURE IN THE QUR'AN 

ความนำ

INTRODUCTION  

ความมหัศจรรย์อีกด้านหนึ่งของอัลกุรอาน คือการกล่าวล่วงหน้าถึงเหตุการณ์สำคัญๆต่างๆมากมายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ยกตัวอย่างเช่น ในซูเราะฮ์ อัลฟัตฮ์ อายะฮ์ที่ 27 ที่ได้ให้ความมั่นใจแก่ผู้ศรัทธาว่าพวกเขาจะได้ยึดครองนครมักกะห์ ซึ่งในขณะนั้นอยู่ภายใต้การยึดครองของกลุ่มผู้ปฏิเสธอิสลาม

 

“โดยแน่นอนอัลลอฮ์ได้ทรงทำให้ความฝันนั้นสมจริงแก่รอซู้ลของพระองค์ ด้วยความจริงแน่นอน

พวกเจ้าจะได้เข้าสู่มัสยิดฮะรอม อย่างปลอดภัยหากอัลลอฮ์ทรงประสงค์ โดย (บางคน)

โกนผมของพวกเจ้า และ (อีกบางคน) ตัดผม พวกเจ้าอย่าได้หวาดกลัว เพราะอัลลอฮ์ทรงรอบรู้

สิ่งที่พวกเจ้าไม่รู้ ดังนั้นพระองค์จึงได้ทรงกำหนดชัยชนะอื่นจากนั้น ซึ่งชัยชนะอันใกล้นี้

(อัลกุรอาน 48:27)

 

หากเราพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วจะพบว่า อายะฮ์ดังกล่าวได้ประกาศถึงชัยชนะที่จะเกิดขึ้นก่อนชัยชนะที่มักกะห์ นั่นก็คือการที่บรรดาผู้ศรัทธาสามารถเข้ายึด ป้อมไคเบอร์ ที่ชาวยิวครอบครองอยู่ และหลังจากนั้นจึงเข้ายึดครองมักกะห์

การประกาศถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเช่นนี้เป็นหนึ่งในความรอบรู้ทั้งปวงที่มีอยู่ในอัลกุรอาน สิ่งนี้เป็นหลักฐานยืนยันได้อีกว่า อัลกุรอานนั้นเป็นวจนะของอัลลอฮ์ (ซ.บ.) ผู้ทรงรอบรู้ทุกประการ ความพ่ายแพ้ของอาณาจักรไบเซนไทน์ก็เป็นเหตุการณ์ในอนาคตอีกเหตุการณ์หนึ่งที่กล่าวไว้พร้อมกับข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่มีมนุษย์คนใดในสมัยนั้นจะเข้าใจได้ ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดในเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์นี้คือ ข้อกล่าวที่ว่า ชาวโรมันจะปราชัยในดินแดนที่ต่ำที่สุดของโลก ซึ่งจะได้กล่าวถึงอย่างละเอียดในบทต่อไป สิ่งที่น่าสนใจก็คือ คำว่า “ดินแดนที่ต่ำที่สุด” ถูกเน้นเป็นพิเศษในอายะฮ์ที่จะกล่าวถึงนี้ ด้วยเทคโนโลยีและความรู้ในสมัยนั้น ไม่มีทางที่จะสามารถวัดและกำหนดได้ว่า ที่ใดคือ ดินแดนที่ต่ำที่สุดของโลก นี่คือดำรัสของอัลลอฮ์ (ซ.บ.)  ผู้ทรงรอบรู้ยิ่ง

 

ทะเลเดดซี ซึ่งเป็นสถานที่ที่ชาวไบเซนไทน์ปราชัยแก่ชาวเปอร์เซีย ด้านบนเป็นภาพถ่ายดาวเทียมในบริเวณที่กล่าวว่าเป็น ทะเลสาบแห่งลูต ดินแดนที่ต่ำที่สุดของโลก ซึ่งต่ำกว่าระดับน้ำทะเล 395 เมตร

ชัยชนะของชาวไบเซนไทน์

The Victory of Byzantium

 

เราจะพบความมหัศจรรย์อีกประการหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในอนาคตในอัลกุรอาน ได้ในซูเราะฮ์อัรรูม อายะฮ์ที่ 1-4 ซึ่งได้กล่าวถึง อาณาจักรไบเซนไทน์ ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของบริเวณที่จะกลายเป็นอาณาจักรโรมันหลังจากนั้น อายะฮ์นี้กล่าวถึงอาณาจักรไบเซนไทน์ ที่ต้องพบกับความพ่ายแพ้ครั้งยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่ง แต่พวกเขาก็จะกลับมาพบกับชัยชนะได้ใหม่ไม่นานหลังจากนั้น

 

ซูเราะฮ์ อัรรูม

“อะลิฟ ลาม มีม พวกโรมันถูกพิชิตแล้ว ในดินแดนอันใกล้นี้

แต่หลังจากการปราชัยของพวกเขาแล้วพวกเขาจะได้รับชัยชนะ ในเวลาไม่กี่ปีต่อมา

พระบัญชาเป็นสิทธิของอัลลอฮ์ ทั้งก่อนและหลัง (ชัยชนะ) และวันนั้นบรรดาผู้ศรัทธาจะดีใจ”

(อัลกุรอาน 30:1-4)

 

 

 

 

หมายเหตุ

อัลกุรอานฉบับ ภาษาไทย แปลว่า “...ดินแดนอันใกล้นี้ ... แต่ความหมายในบทนี้ จึงน่าจะหมายถึง “ดินแดนต่ำสุ

ทั้งนี้ความหมายของคำว่า คำว่า ادنا - ในพจนานุกรม อาหรับ -ไทย แปลว่า ใกล้

แต่ในพจนานุกรม อาหรับ -มลายู ยังแปลได้ว่า yang lebih hina ซึ่งหมายถึง ที่ซึ่งต่ำกว่า


อายะฮ์นี้ได้ถูกประทานมาในราวปีค.ศ. 620 เกือบ 7 ปี หลังจากที่ชาวคริสเตียนไบเซนไทน์พ่ายแพ้ยับเยิน ต่อชาวเปอร์เซีย ผู้บูชาเทวรูป อายะฮ์นี้ได้กล่าวถึงชัยชนะของชาวไบเซนไทน์ ที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้า ซึ่งในขณะนั้น ชาวไบเซนไทน์กำลังทุกข์ยากจากความสูญเสียอย่างหนัก จนดูเกือบจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ การกลับมาชนะอีกครั้งจึงเป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย นอกเหนือจากชาวเปอร์เซียแล้ว ชาวเอวาร์ ชาวสลาฟ และชาวลอมบาร์ ก็กำลังคุกคามอาณาจักรไบเซนไทน์อยู่เช่นเดียวกัน พวกเอวาร์ได้เข้ามาประชิดกำแพงเมืองคอนสแตนตินโนเปิล จักรพรรดิเฮราคลิอุสแห่งอาณาจักรไบเซนไทน์ ได้มีพระบัญชาให้นำทองคำและเงินในโบสถ์ไปหลอมเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในสงคราม ในยามขัดสนนี้ แม้กระทั่งรูปปั้นสัมฤทธิ์ก็ถูกนำไปหลอมเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายดังกล่าว ผู้ปกครองเขตหลายคนต่างก็แสดงความกระด้างกระเดื่องต่อจักรพรรดิเฮราคลิอุส ทำให้อาณาจักรเสี่ยงต่อการล่มสลาย ดินแดนเมโสโปเตเมีย ซิลิเซีย ซีเรีย ปาเลสไตน์ อียิปต์ และอาร์เมเนีย ซึ่งเคยเป็นของอาณาจักรไบเซนไทน์ ก็ถูกรุกรานโดยชาวเปอร์เซีย ผู้บูชาเทวรูป 20

กล่าวอย่างง่ายๆว่า ในขณะนั้นทุกคนต่างก็คาดว่าอาณาจักรไบเซนไทน์คงถึงการล่มสลาย แต่ ณ เวลานั้นเองที่อายะฮ์แรกของซูเราะฮ์อัรรูม ได้ประทานลงมาว่า อาณาจักรไบเซนไทน์จะได้รับชัยชนะในเวลาไม่นานหลังจากนั้น ชัยชนะครั้งนี้ดูไม่น่าจะเป็นไปได้ จนชาวอาหรับผู้ไม่ศรัทธาทั้งหลายต่างก็เย้ยหยันข้อความในอายะฮ์นี้ พวกเขาคิดว่าชัยชนะที่กล่าวไว้ในกุรอานนี้ไม่มีทางเป็นไปได้

หลังจากที่อายะฮ์แรกของซูเราะฮ์ อัรรูม นี้ ได้ถูกประทานลงมาเป็นเวลา 7 ปี ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 627 การรบพุ่งระหว่างชาวไบเซนไทน์ และชาวเปอร์เซีย เกิดขึ้นที่นิเนเวห์ ในครั้งนี้เองที่ชาวไบเซนไทน์ มีชัยชนะเหนือชาวเปอร์เซียอย่างเหนือความคาดหมาย อีกไม่กี่เดือนหลังจากนั้น ชาวเปอร์เซียก็จำเป็นต้องทำข้อตกลงกับชาวไบเซนไทน์ โดยจำยอมที่จะคืนดินแดนที่ยึดครองไปทั้งหมดให้แก่อาณาจักรไบเซนไทน์ 21

ในที่สุด “ชัยชนะของชาวโรมัน” ที่ประกาศไว้ในอัลกุรอาน โดยพระผู้เป็นเจ้าก็เป็นจริงอย่างน่าอัศจรรย์

สิ่งมหัศจรรย์อีกอย่างหนึ่งคือคำกล่าวที่เกี่ยวกับข้อเท็จจริงทางภูมิศาสตร์ ซึ่งไม่มีผู้ใดสามารถล่วงรู้ได้ในสมัยนั้น

ในอายะฮ์ที่ 3 ของซูเราะฮ์อัรรูม นี้ กล่าวว่า ชาวโรมันจะปราชัยในดินแดนที่ต่ำที่สุดบนพื้นโลก คำในภาษาอาหรับ ที่ว่า “อัดนัลอัรด” หลายคนได้ให้ความหมายว่าเป็น “ดินแดนอันใกล้” ซึ่งไม่ใช่ความหมายตามตัวอักษรของคำดังกล่าว หากแต่เป็นความหมายเชิงอุปมา คำว่า “อัดน่า” มีรากศัพท์ มาจากคำว่า “ดีนี่” ซึ่งหมายถึง ต่ำ และคำว่า “อัรด” หมายถึงโลก ดังนั้น ค่ำว่า “อัดนัลอัรด” จึงหมายถึงดินแดนที่ต่ำที่สุดของโลก

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดอีกอย่างหนึ่งคือ ในช่วงวิกฤตของสงครามระหว่างอาณาจักรไบเซนไทน์กับเปอร์เซีย เมื่ออาณาจักรไบเซนไทน์ประสบความปราชัยและต้องเสียเมืองเยรูซาเล็มบนดินแดนที่ต่ำที่สุดของโลก ดินแดนแห่งนั้นคือบริเวณทะเลเดดซี ซึ่งตั้งอยู่ตรงจุดกึ่งกลางของดินแดนของประเทศ ซีเรีย ปาเลสไตน์ และจอร์แดน บริเวณ “เดดซี” แห่งนี้ อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล 395 เมตร จึงเป็นดินแดนที่ต่ำที่สุดบนพื้นโลก

จากข้อมูลดังกล่าว อาณาจักรไบเซนไทน์ ประสบความปราชัยบนดินแดนที่ต่ำที่สุดบนพื้นโลก จริงดังที่ได้กล่าวไว้ในอัลกุรอาน

สิ่งทีน่าสนใจในข้อเท็จจริงเรื่องนี้คือ การวัดความลึกของบริเวณเดดซี จะสามารถทำได้โดยใช้เทคโนโลยีในสมัยใหม่เท่านั้น ก่อนหน้านี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีผู้ใดสามารถล่วงรู้ว่า ที่แห่งใดเป็นดินแดนที่ต่ำที่สุดบนพื้นโลก แต่ดินแดนดังกล่าวได้ถูกกล่าวไว้แล้วในอัลกุรอานว่าเป็นดินแดนที่ต่ำที่สุดบนโลก และนี่ก็เป็นหลักฐานอีกประการหนึ่งว่า อัลกุรอาน เป็นวจนะของอัลลอฮ์ (ซ.บ.)

ด้านบนเป็นภาพถ่ายดาวเทียมบริเวณทะเลเดดซี ซึ่งระดับความลึกสามารถวัดได้โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เท่านั้น การวัดดังกล่าวทำให้พบว่า เดดซี คือ “ดินแดนที่ต่ำที่สุดบนพื้นโลก”